InnerLife InnerValue

โดยครู เล็ก ศิริรัชต์ กิตติคุณาดุลย์

Face Book: InnerLife Yoga Chiang Mai

                  Lek Kittikunadul

Email: Leksf@yahoo.com

 

การที่คนเราทำอะไรซักอย่างนึงมันจะมากจากความเชื่อที่อยู่ในใจเราเสมอ บางคนทำไม่ดีในสายตาเราไม่ใช่เพราะเขาไม่ดีแต่เป็นเพราะเขาทำดีที่สุดแล้วในแบบของเขา ทุกคนจะมีมุมมองที่แตกต่างการกระทำของเขาจะสะท้อนจากประสบการณ์ชีวิตของเขา ถ้าเราสามารถเข้าใจความจริงข้อนี้ได้เราก็จะสามารถเปลี่ยนความโกรธมาเป็นความเข้าใจ เปลี่ยนความเกียจมาเป็นความเห็นใจ เรามาฝึกโยคะกันทำไม? เพื่ออะไร?

 

ผมคิดว่าทุกคนคงคิดว่าโยคะดีต่อสุขภาพดีต่อใจ ถึงมาเล่นโยคะกัน สิ่งหนึ่งที่ทำให้โยคะแตกต่างจากกีฬาหรือ fitness ในรูปแบบต่างๆคือ โยคะทำให้เราสงบ และ เข้าถึงจิตใจเราได้ดีกว่ากิจกรรมอื่นๆ เราะมีทั้งการใช้ร่างกายและสติ สมาธิ คนก็เลยนึกว่า คนที่เล่นโยคะต้องเป็นคนดีวิเศษเหนือคนธรรมดา แต่จริงๆแล้วพวกเราก็คือคนธรรมดานี้และที่พยายามยกระดับจิตใจและพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้น

 

วันน้ีมีนักเรียนเขียนมาหาผมในไลท์ ตอนแรกก็ทักทายกันแบบคนคิดถึงกัน แล้วบ่นให้ผมฟังว่า ช่วงนี้เบื่อสังคมโยคะ มีแต่อิฉฉาริษยากัน ว่าร้ายนินทาคนอื่น อะไรทำนองนี้ผมเลยอยากเอาเรื่อนี้มาเขียนเพราะ อยากจะเล่านิทานให้ฟังเรื่องนึง เรื่องราวของส้ม ผมหมายถึงผลส้ม ที่มีแต่รสเปรี้ยว ไม่มีใครอยากกิน ใชขณะที่ส้มที่มีรสหวานกว่า ได้รับการยกย่อง ว่าหวานและมีประโยชน์ สดชื่นเมื่อได้อยู่ใกล้ ส้มที่เปรี้ยว ก็น้อยใจต่อสังคมก็ยิงเปลี้ยวเข้าไปใหญ่

 

แต่ส้มสองลูกนี้ เกิดในที่ต่างกันส้มเปรี้ยวไปโตในดินที่แล้งกันดาร ไม่มีเธาตุอาหารที่ดี มีแต่สารพิษจากในดิน ทำให้ผลส้มที่ออกมามีรสเปรี้ยว แต่เป็นความผิดของส้มหรือป่าวที่ เลือกที่เกิดไม่ได้ ส้มก็เลยเป็นส้มเปรี้ยว

 

มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน ไม่มีใครดีที่สุด ทุกคนประพฤติและปฏิบัติตน ตามประสบการณ์ชีวิตที่ตัวเองได้รับ และหล่อหลอมให้เขาเป็นคนแบบนี้ เราไม่สามารถตัดสินใครได้เลยว่า เขาไม่ดี เพราะเมื่อเราตัดสิน จะต้องมีสิ่งเปรียบเที่ยบเสมอ เมื่อเราตัดสินเขาไม่ดี งั้นแสดงว่าเราดีกว่าเขา งั้นเหรอ???? ไม่ว่าส้มนั้นจะรสเปรียวหรือหวาน เนื้อแท้ก็คือส้ม มั้นมีจิตวิญญาณของส้มเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นเนื้อแท้

 

ไม่มีใครในโลกอยากทำไม่ดี แต่เขาทำดีที่สุดที่เขาสามารถทำได้ในเวลานั้น การบ่นอาจเป็นการระบายความในใจทำให้เขารู้สึกดีขึ้น เพียงแต่มันไม่ถูกใจเรา ถ้าเขามีความสุขเขาก็หัวเราะยิ้มทำดีคิดดีพูดดี ถ้าเขามีไม่มีความสุขเขาก็อาจจะสะท้อนความทุกนั้นออกสู่โลกโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อเราไปตัดสินเขานั้นเพราะเรามีคุณสมบัตินั้นอยู่ในตัวเรา เราจึงเป็นคุณสมบัตินั้นในผู้อื่น แต่ถ้าเราเข้าใจเหตุผลที่ว่าทุกคนมีคุณค่าเท่าเทียมกัน แตกต่างกันที่ประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกันไป มันก็สามารถทำให้เราอภัยเขาได้ เพราะเราเข้าใจแล้วว่าเขาต้องผ่านอะไรมามากมายเขาถึง ปฏิบัติต่อโลกแบบนั้น สมองของคนเราจะมีกลไกลในการจัดการกับข้อมูลที่ส่งเข้ามาสามอย่างคือ

1.       Delete: มันจะลบขอมูลที่มันคิว่าไม่ใช่ออกเช่น ถ้าเราให้คุณนึกมองหาของสีแดงในห้องสมองคุณก็จะเริ่มหาสิ่งที่เป็นสีแดงและ ละสิ่งที่เป็นีอื่นๆออกไป เพื่อให้เราไม่สับสน เช่นเดียวกันถ้าเราเห็นคนบ่น คนที่นินทาคนอื่น แล้วเราไปให้คุณค่ากับสิ่งนั้นไม่ว่าจะเป็นคุณค่าทางด้านบวกหรือด้านลบก็ตามสมองเราก็จะมารค์ไว้ว่าใช่ เมื่อเราเห็นสิ่งเดิมอีกสมองก็จะบอกเราว่านั้นไงใช่อีก ยิ่งเราให้ความสำคัญมากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งเร็วในการรับรู้สิ่งนั้นมากเท่านั้น จนเรารู้สึกว่าสิ่งนั้นมีเห็นเห็นเต็มไปหมด

 

2.       Distortion: คือการบิดเบือนความจริง เมื่อเราเห็นเพื่อนนินทาคนอื่น เราก็เลยคิดว่าเขาเป็นคนไม่ดี แต่ สิ่งดีๆที่เขาทำเรากลับไม่เห็นเราเลย แล้วเราเลยให้ค่าเขาว่าเป็นคนขี้นินทา

 

3.       Generization: เราก็เลยเหมารวมว่าคนที่นินทา ริษยา เป็นคนไม่ดีทั้งนั้น ทั้งๆที่เขาอาจจะพูดครั้งเดียวเพื่อระบายอารมณ์ แต่ เราก็เหมาไปเลยว่าเขาเป็นอย่างนั้นอย่านี้

 

จำไว้ว่าเมื่อเราให้ความสนใจกับสิ่งไหนสิ่งนั้นจะเด่นชัดขึ้นเสมอ เหมือนกันเลนส์ในกล้องถ่ารูป เมื่อเราโฟกัสไปที่ตรงไหน ส่วนนั้นกก็จะชัดขึ้น เราก็เห็นรายละเอียดมากขึ้น ตรงไหนที่หลุดโฟกัสมันก็เบลอๆไม่ชัด งั้นทำไมเราไม่โฟกัส ในความดีของคนละ ชื่นชมเขาเวลาเห็นใครทำความดี ฝึกให้เราโฟกัสกับสิ่งดีๆ จนสมองเราไวที่จะรับรู้ถึงความดีงามที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา เราไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้แต่เราสามารถเปลี่ยนตัวเองได้ ถ้าเรามองซะว่ามนุษย์ทุกคนมี “free will” ในการเรียนรู้การมีประสยการณ์ในโลกนี้ เราก็จะสบายใจขึ้น เราไม่ได้ต้องการมีประสบการณ์ชีวิตแบบเขาเราจึงปฏิบัติตัวแบบที่เราทำ แต่ก็ไม่ใช่ว่าวิธีเราถูกต้องที่สุด

 

ระลึกไว้เสมอว่ามนุษย์ทุกคนพยายามทำดีที่สุดแล้วตามภาวะที่เขาเป็น ไม่ว่าจะเป็น ฆาตกร หรือนักบุญ เขาก็ทำดีที่สุดแล้ว บางที่เขาทุกข์มากจนความทุกนั้นทำให้เขาทำบางสิ่งบางอย่างที่เราตัดสินว่าเลว แต่สำหรับเขาคิดว่าเค้าได้ทำดีที่สุดแล้วณจุดนั้นของชีวิต มันไม่มีทางออกอย่างอื่น เราไม่สามารถตัดสินใครได้ ทุกคนมีทางของเขา เราทำได้แค่ ทำดีที่สุดในส่วนของเรา เมื่อเราไม่ตัดสินเขา เราก็ไม่ตัดสิน และให้ค่าตัวเองในทางลบเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 


The Magazine
latest articles

เข้าสู่ระบบ Asiawellness.com